คำแนะนำในการปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่ทานยากันเลือดแข็งตัว
by Doctor Heart
1.งดเว้นการบริจาคโลหิตในขณะที่ใช้ยา และภายใน 5 วันหลังหยุดยา
2.บอกแพทย์,ทันตแพทย์ทุกครั้งว่าคุณใช้ยาตัวนี้อยู่ เนื่องจากการรักษาบางอย่างอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่น
การถอนฟัน,การผ่าตัด
3.หลีกเลี่ยงการกระแทกถูกของแข็งเนื่องจากมีโอกาสเลือดออกง่ายกว่าปกติ รวมทั้งแปรงฟันด้วยความระมัดระวัง
4.หลีกเลี่ยงการทานวิตามินรวมที่มีวิตามิน เค เป็นส่วนประกอบ เพราะจะต้านฤทธิ์ของยาโดยตรง
5.การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ควรจำกัดในปริมาณที่ไม่มากเกินไป เพราะมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดที่อาจมากขึ้นหรือน้อยลง(การดื่มช่วงสั้นจะทำให้ยาออกฤทธิ์มากขึ้น
การดื่มแอลกอฮอลเป็นประจำจะทำให้ยาออกฤทธิ์น้อยลงเนื่องจากยาถูกทำลายเร็วขึ้น)
6.ควรคุมกำเนิดในระหว่างรับประทานยานี้ เนื่องจากยาสามารถข้ามรกทำให้เด็กพิการได้
7.ในกรณีที่มีเลือดออกไม่หยุดจากทุกส่วนของร่างกาย ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นจากยาออกฤทธิ์เกินขนาด
8.ในช่วง2-3 วันแรกของการทานยา หากมีผิวหนังดำคล้ำเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณแขนขา
เต้านม อวัยวะเพศชาย ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นจากผิวหนังตาย(skin
necrosis) อันเป็นผลจากการใช้ยา
9.การทานอาหารที่มีวิตามิน เค สูงเช่น ตับวัว, ตับหมู, ชาเขียว, ผักใบเขียวเช่น
บรอคคอรี่, ผักขม จะมีผลต้านการออกฤทธิ์ของยา
10.มียาจำนวนมากที่ทำปฏิกิริยากับยากันเลือดแข็งตัว อาจเป็นได้ทั้งการแข็งตัว
ของเลือดลดลงหรือเพิ่มขึ้นแล้วแต่ ชนิดของยา ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นไม่ควรทานยาอื่นร่วมด้วย
11.ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในรายที่ผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม
เพราะอาจทำให้ลิ้นหัวใจเทียมเสียหายได้จากเลือดแข็งตัว ซึ่งอาจถึงขั้นต้องผ่าตัดใหม่
เอกสารอ้างอิง
1 . Sixth ACCP Consensus Conference on Antithrombotic Therapy. Chest 2001;
119:1.
2. Smythe, MA, Warkentin, TE, Stephens, JL, et al. Venous Limb Gangrene
During Overlapping Therapy With Warfarin and a Direct Thrombin Inhibitor
for Immune Heparin-Induced Thrombocytopenia. Am J Hematol 2002; 71:50.
UPDATE
June 15, 2006
|