Topic ล่าสุดTopic ล่าสุด  Display List of Forum Membersรายชื่อสมาชิก  Search The Forumค้นหาหัวข้อ    RegisterRegister  LoginLogin
Thaiheartclinic webboard
 Thaiheartclinic.com FORUM : Thaiheartclinic webboard
Subject Topic: จำเป็นต้องปลูกถ่ายหัวใจไหม Post ReplyPost New Topic
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา 00:24 | IP Logged Quote kait571

เนื่องด้วยตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์  2552 กระผมมีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันโดยผมก็ไม่ทราบจนต่อมาเกิดอาการโคม่าวันที่ 5 มีนาคม 2552 ผมได้รับการรักษาดังต่อไปนี้

  1. ทำบอลลูนเส้นและใส่stentเลือดหัวใจ 1เส้นเนื่องจากตีบตัน100%
  2. อีกเส้นหนึ่งตัน50%(ยังไม่มีการทำบอลลูนหลอดเลือด)

ภายหลังทำบอลลูนและใส่ขดลวดแล้ว  ต่อมามีอาการหัวใจวายและได้รับการใช้เครื่องช๊อคหัวใจประมาณ 5 ครั้ง แพทย์ได้ลงความเห็นว่าเป็นโรคหลอดเลือดตีบตันและกล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นบริเวณกว้างและการเต้นของหัวใจห้องล่างเต้นไม่สัมพันธ์กัน ตอนแรกหมอให้อยูโรงพยาบาลดูอาการประมาณ 4-6 อาทิตย์ แต่ผมกังวลใจเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่อาจถูกออกจากงานก็ได้ จึงให้คุณหมอรีบรักษา หมอที่ทำการรักษาประเมินการรักษาว่าต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ  ชนิด3สายประเภท CRT-D ( cardiac resynchronization therapy defibrillator )  จากการประเมินของบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องบอกว่าเครื่องมีอายุการใช้งาน 4-5 ปี เนื่องจากสายไฟเส้นหนึ่งเข้าไปได้นิดเดียวและต้องตั้งไฟแก่มากเดือนมิถุนายน 2553 กระผมมีอาการแน่นหน้าอกอีก และได้รับการตรวจสวนหัวใจปรากฏว่าหลอดเลือดที่ตันและเคยทำบอลลูนและใส่ขดลวด มีการตีบซ้ำและขยายลามมากขึ้น ทำให้คุณหมอต้องทำบอลลูนใหม่และใส่ขดลวด2อัน คุณหมอถามว่าต้องการใส่ขดลวดเคลือบน้ำยาหรือไม่ กระผมเองไม่มีเงินที่จะใส่ขดลวดเคลือบน้ำยา จึงใส่ขดลวดธรรมดา ซึ่งคุณหมอบอกว่าถ้าตันอีกก็ต้องใส่ขดลวดเคลือบน้ำยา ตอนนี้มีปัญหาอย่างมากเกี่ยวกับการเตรียมเงินรักษาตัวเพราะตั้งแต่เป็นโรคหัวใจก็ต้องก*้เงินมารักษาตัว ผมจึงมีคำถามอยากถามครับ

1 หากเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนเครื่องแล้วไม่มีเงินมีวิธีรักษาวิธีอื่นไหมครับ

2 เพื่อนแนะนำว่าคุยกับหมอขอเปลี่ยนหัวใจ ไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่ และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร ตั้งแต่เริ่มต้นครับ เพราะไม่รู้วิธีปฏิบัติครับ

ขอบคุณครับ 


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา 01:44 | IP Logged Quote Doctor Heart

1.หากถึงเวลาเปลี่ยนเครื่องแล้วมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ควรไปใช้บริการประกันสังคมหรือบัตรประกันสุขภาพจะดีกว่าครับ ส่วนวิธีการรักษาอื่นก็ต้องใช้การทานยาแทนครับ
2.ไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนหัวใจครับ ถ้าการรักษาไม่ได้ผลควรกลับไปพิจารณาว่ามีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดตีบที่ไม่ได้แก้ไขหรือไม่ เช่น สูบบุหรี่ อ้วน ไม่ออกกำลังกาย ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น หลายคนอาจบอกว่าแก้ไม่ได้เช่น ไม่ยอมเลิกบุหรี่ งานมากไม่มีเวลาออกกำลังกาย....แต่ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะทำบอลลูนอีกกี่ครั้งเส้นเลือดก็จะกลับมาตีบใหม่ครับ
.....

__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 16 ธันวาคม 2553 เวลา 07:26 | IP Logged Quote kait571

ขอโทษครับคำถามผมอาจไม่ชัดเจน
ทำถามที่เพื่อนแนะนำว่าคุยกับหมอขอเปลี่ยนหัวใจ หมายถึงว่าเมื่อเราไม่สามารถหาเงินมาเปลี่ยนเครื่องกระตุ้นหัวใจครับ เพราะว่ากล้ามเนื้อหัวใจผมตายเป็นบริเวณกว้าง และหัวใจห้องล่างซ้ายขวาการบีบตัวไม่สัมพันธ์กัน
ไม่ทราบว่าไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่ และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร ตั้งแต่เริ่มต้นครับ เพราะไม่รู้วิธีปฏิบัติครับ

__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 16 ธันวาคม 2553 เวลา 09:11 | IP Logged Quote Doctor Heart

ในทางเทคนิคทำได้ครับ ...แต่แพทย์จะไม่ทำให้ เพราะได้ไม่คุ้มเสีย ค่ารักษาสูงมาก และมีความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงมาก และที่สำคัญจำเป็นต้องกินยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต โอกาสติดเชื้อง่าย ไม่สามารถไปอยู่ในที่ชุมชนได้ ถ้ามีการติดเชื้อจะรุนแรงถึงเสียชีวิตได้แม้เป็นโรคง่ายๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
.....อีกทั้งต้องหาผู้ที่จะบริจาคหัวใจให้เมื่อเสียชีวิตซึ่งต้องเข้าได้กับเนื้อเยื่อของเรา ซึ่งโดยปกติต้องไปเข้าคิวลงชื่อที่ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ สภากาชาดไทย และถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ที่แพทย์รับรอง ก็จะไม่สามารถเข้าคิวได้ เพราะจะไปแย่งคนที่เขาจำเป็นกว่าซึ่งมักจะเป็นคนที่ไม่มีวิธีรักษาโดยวิธีอื่นแล้วครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 23 ธันวาคม 2553 เวลา 08:02 | IP Logged Quote Doctor Heart

คำถามต่อเนื่องจาก Facebook..
ขอบคุณครับเข้าไปอ่านแล้ว แล้วมีวิธีการรักษาตัวต่ออย่างไรครับ หากแบตเตอรี่หมด และเราไม่มีเงินเปลี่ยนเครื่อง เมื่อแบตหมดอาการหัวใจล้มเหลวจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆใช่ไหมครับ จนทำให้เราเกิดหัวใจวายและหัวใจหยุดเต้น แล้วมาถึงจุดนี้หมอที่รักษาเขารักษาต่อหรือไม่ครับ อายุโดยเฉลี่ยของผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง หากไม่ได้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจมีอายุอยู่ได้ประมาณกี่ปี และกรณีได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ มีอายุอยู่ได้ประมาณกี่ปีครับ ผมเข้าใจครับว่าชีวิตผมคงอยู่ได้อีกไม่นาน เพียงแต่ผมรู้สึกเสียใจต่ออดีตที่ผ่านมาในวันที่ผมเกิดอาหารปวดท้องอย่าง รุนแรง และได้ไปโรงพยาบาล แต่หมอตรวจไม่พบว่ามาจากหลอดเลือดหัวใจตีบ นอนโรงพยาบาลถึง5วัน มารู้เมื่อตอนโคม่าตัวบวมเขียวจึงได้รีบการสวนหัวใจ และพบหลอดเลือดตัน 100% หนึ่งเส้นและอีกเส้นตัน 70% แต่มันก็สายเกินแก้ไข
ตอบ.....
การพยากรณ์โรค ไม่แน่นอนครับ ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง แต่ที่จะบอกก็คือ ไปใช้บัตรประกันสุขภาพได้เลยครับ รักษาฟรี แม้จะใช้เครื่องรุ่นที่ต้องการไม่ได้ แต่ก็มีรุ่นอื่นที่พอใช้แทนกันได้ ไม่จำเป็นต้องเอารุ่นที่ดีที่สุดครับ ให้หมอเป็นคนตัดสินใจให้...ที่สำคัญ ต้องไปที่ร.พ.รัฐบาลนะครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 23 มีนาคม 2554 เวลา 23:23 | IP Logged Quote kait571

ครับตอนนี้ผมใช้โรงพยาบาลรัฐบาลครับ แต่ใช้ประกันสังคมซึ่งคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ บอกว่าให้เราคุยกับหัวหน้าเขาจะดีกว่า เท่าที่ทราบประกันสังคมเขาให้เบิกได้แค่ 60,000 บาท เท่านั้นแต่ราคาเครื่องประมาณ 500,000 บาท  คุยกับคุณหมอคุณหมอท่านก็ดีมากเลยครับ ได้ปรึกษาท่านว่าทำอย่างไรดี ผมไม่มีเงินที่จะเปลี่ยนเครื่องท่านก็บอกว่า เดี๋ยวหมอจะดูให้น่ะ
เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนเครื่อง หากหาไม่ได้ถ้าไม่รังเกียจของที่เอามาจากคนที่เสียชีวิตแล้ว ผมบอคุณหมอว่าไม่รังเกียจครับ เพราะเราไม่มีเงิน แต่ผมไม่ทราบเลยครับว่าปกติ บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำไมเขาขายเครื่องราคาแพงเหลือเกิน ขอรับบริจาคจากเขาเขาจะให้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เวลารักษาที่ทางโรงพยาบาลรัฐบาลที่ผมใช้ประกันสังคมอยู่ เขาก็มีแบบฟอร์มให้เซ็นต์ชื่อทุกครั้งว่าหากมีส่วนเกินสิทธิ์ประกันสังคมเราต้องรับผิดชอบเอง ตอนล้มป่วยต้องสวนหัวใจใส่ขดลวด และใส่เครื่องตอนนั้นไม่ได้ผ่านโรงพยาบาลที่ใช้ประกันสังคม ราคารักษาตัวแพงมากเลยครับ ต้องก*้เงินนอกระบบด้วย และบัตรเครดิตที่มีอยู่รูดมารักษาตัว จนปัจจุบันก็ถูกฟ้องหลายบัตรและผ่อนจ่ายพร้อมดอกเบี้ยที่ไม่มีธนาคารไหนลดให้ ศาลตัดสินให้แบงก์ตามที่แบงก์ฟ้อง มิมีคำว่าปราณีไม่ว่าจะป่วยหนักขนาดไหน เพิ่งตรวจเครื่องเมื่อวันที่ 21 มีค 2554 ตอนนี้แบตเหลือแค่40% ครับ คุณหมอยังว่าลดกระแสทำไม ก้ไม่ทราบว่าช่างเครื่องบริษัท เขาคุยอย่างไรกับคุฯณหมอ เห็นคุณหมอมาบอกว่าพอดีจะให้ตรวจ เอ็คโค่วันศุกร์25มีค 2554นี้ จะดูการบีบตัวหัวใจว่าเป็นอย่างไร และพิจารณาการตั้งไฟอีกครั้ง ผมไม่เข้าใจช่วงก่อนผมบอกช่างว่า ช่างตั้งไฟเส้นที่อ้อมมาด้านหลังหัวใจมากไปหรือเปล่า เพราะผมกระตุกๆตลอด ช่างบอกสายเข้าไปได้นิดเดียวกลัวกระแสกระตุ้นไม่ถึง พอมาตอนนี้บอกลดกระแสไฟให้ เพราะเครื่องผมใส่เมื่อ19มี2552 รับประกัน3ปี
 หากต้องเปลี่ยนเครื่องภายในมีนาคม 2555 บริษัทต้องเปลี่ยนให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เขาอาจคิดว่าแบตต้องหมดก่อน มีค 2555 เลยทำการลดกระแสให้เลยเวลารับประกันกระมัง (อันนี้ผมคิอเอาเองครับ)หากมีอะไรเพิ่มเติมผมขอรบกวนเข้ามาถามใหม่ ต้องขอโทษในบางประโยคเป็นการระบายความในใจ แต่โรคผมไม่มีคนที่ผมจะคุยด้วยได้เลยครับ ไม่มีเว็บบอร์ดพูดคุย ผมต้องคุยกับุรหมออย่างเดียว นอกนั้นต้องใช้ความคิดตัวเองหรือค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ซื่อข้อมูลภาษาไทยก็มีน้อย เจอเว็บบอร์ดของฝรั่งแต่เราก็ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงครับ



__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 25 มีนาคม 2554 เวลา 19:45 | IP Logged Quote Doctor Heart

ไม่มีใครได้ทุกอย่างดังใจหวัง และไม่มีใครพลาดหวังทุกครั้งไป ....ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจด้วยครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 21 มีนาคม 2555 เวลา 22:53 | IP Logged Quote kait571

ผมเข้ามาอัพเดทสภาสวะโรคหัวใจล้มเหลวที่เป็นอยู่และอยากขอคำแนะนำครับ
 ล่าสุดมีอาการแน่นหน้าอกขณะเดินทางไปทำงาน ซึ่งต้องนั่งรถ 4 ต่อ มีอาการเหนื่อยอ่อนแรง แน่นหน้าอก พอไปถึง รพ. หมอให้ยาขับปัสาวะเพราะขากดบุ๋มมาก และให้เคี้ยวแอสไพริน ต่อมาได้นำไปทำเอ็คโค่หัวใจได้ค่า EF40% หมอบอกหัวใจโตมาก ให้นอน รพ. นอนปรับยา เจาะเลือดทุกวัน จนวันที่ 12 มีค 2555 หมอทำเอ็คโค่ให้อีกครั้งได้ EF50% ให้กลับบ้านได้และตอนนี้ผมต้องกลับมาทำงานเหมือนเดิม เดินทางด้วยรถและมอเตอร์ไซร์ เช้า 4 ทอด เย็น 4 ทอด ผมมีอาการเดินไม่ไกลเท่าไหร่ก็เหนื่อย และรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทัน รู้สึกว่าอาการแย่ลง เวลาอยู่้บ้านหากไม่อกแรงมากก็ไม่เหนื่อย จะเหนื่อยก็ตอนอาบน้ำแต่ไม่มากสักพักก็หาย นอนได้หลับทั้งคืน ยังไม่มีอาการไอหอบกลางคืน แต่ก่อนนอนต้องกินยานอนหลับ ตอนนี้หมอให้ Lorazeplam 1 mg แต่อ่อนเพลียง่าย จะออกจากงานก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงคนทั้งครอบครัว ภรรยาไม่มีงานทำ ลูกก็ยังเรียน
ซึ่งตอนนี้แบตเตอร์รี่ก็อ่อนมาก บริษัทผู้ขายเครื่องประมาณว่าไม่เกิน 6 เดือน ทั้งนี้อยู่ที่ว่ามีกระตุกด้วยหรือไม่ หากมีกระตุก 1 ครั้ง อายุแบตเตอรรี่ลดลง 3 เดือน ตอนนี้ผมใช้ประกันสังคมที่ รพ.วชิระฯ ซึ่งเป็นความหวังเดียวของผมในการรักษาตัวเราไม่มีเงิน และการรักษาหากใช้ รพ.เอกชนธรรมดา ก็ต้องหมดเนื้อหมดตัวเป็นหนี้มากมายดังที่เป็นอยู่ ซึ่งการรักษาตัวตอนที่เป็นโคม่าเสียค่ารักษาไปประมาณ 1.4 ล้านบาท ไม่รวมเงินที่ต้องรักษาต่อเนื่องหลังจากออกจาก รพ. จนมาได้ใช้ประกันสังคมรักษาตัวที่รพ.วชิระฯ ได้เล่าเรื่องทั้งหมอให้คุณหมอฟัง แต่คุณหมอก็ยังไม่สามารถให้คำตอบใด เพียงแต่ถามพนักงานบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องว่ามีเครื่องที่มีผู้ใช้แล้วบริจาคไหม ก็ไม่มี แต่พนักงานบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องบอกผมว่าอย่างเปลี่ยนโรงพยาบาลให้ใช้ที่นี่ดีแล้ว เหมือนที่คุณหมอ พูดในกระทู้ว่าให้ใช้โรงพยาบาลของรัฐบาล โรงพยาบาลของรัฐคนป่วยไปรักษาเยอะมากครับ แต่ผมก็ต้องอดทนครับเพราะเราเป็นแค่พนักงานบริษัท ทำงานกินเงินเดือน ได้อ่านพบในเน็ตว่าอย่างประเทศอินเดีย มีโครงการขอรับบริจาคเครื่องจากผู้ใส่เครื่องและเสียชีวิตแล้วเอามาใส่ให้คนป่วยโรคหัวใจล้มเหลว โดยได้รับเครื่องมาจากอเมริกา ได้ผลดีคุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น



__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 23 มีนาคม 2555 เวลา 09:38 | IP Logged Quote Doctor Heart

ผมแนะนำว่าให้ใช้บริการโรงพยาบาลรัฐต่อครับ  เพราะถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องทางโรงพยาบาลจะต้องหาเครื่องมาให้เองครับ   และที่สำคัญต้องทานยาสม่ำเสมอนะครับ และห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาดครับ...


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 26 มีนาคม 2555 เวลา 02:50 | IP Logged Quote kait571

ขอรบกวนถามและขอคำแนะนำครับ
คือเมื่อวันที่่ 8 มีนาคม 2555 ตามกระทู้ข้างบนที่ได้เขียนมานี้ผมวันนั้นผมต้องเข้า รพ.เพราะมีอาการแน่นตื้อที่หน้าอก เหงื่อออกขณะนั้งรถเมล์ปรับอากาศไปทำงานตอนเช้า ต้องรีบเรียกแท๊กซี่ไป รพ.(แผนกฉุกเฉิน) ไปถึงเขาให้นอนดูอาการที่ ER ก่อนและให้ยาขับปัสสาวะ เพราะขาบวมกดบุ๋มมาก พร้อมทั้งให้เคี้ยวแอสไพริน และเจาะเลือดไปตรวจ แต่ผมไม่ทราบอะไรเท่าไหร่เพราะหมอก็ไม่บอกอะไร และก็มีอาการแน่นตื้อหน้าอกตลอด และมีอาการปวดล้ามาที่ห้วไหล่ และแขน
 
หากบิดคอจะมีอาการปวดล้ามาถึงปลายนิ้วตรวจ EKG เอ็กซเรย์ทรวงอกพอหมอหัวใจมาช่วงบ่ายก็เอาตัวผมไปตรวจ เอ็คโค่หัวใจ เห็นหมอบอกว่าน้ำท่วมปอด EF 40% และมีคลื่นAF จากการตรวจEKG แต่ก่อนหน้าหมอดูจากกราฟเก่าหมอบอกไม่มี AF เพิ่งเห็นมี หมอสั่งให้นอน รพ.พอส่งตัวขึ้นหอผ้ป่วย ก็ได้รับการตรวจ EKG อีกและหมอได้ปรับยาให้เป็นยาอะไรผมไม่ทราบ แต่ก็มีอาการแน่นตื้อเหมือนตอนมา พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้มาเจาะเลือดอีกก่อนอาหารเช้า ให้ยาตามปกติจนถึงวันที่ 12 มีค 2555 เช้าก็เอาตัวผมไปตรวจเอ็คโค่ หมอบอว่าตรวเอ็คโค่และไม่มีอะไรก็กลับบ้านได้ แต่หากหลอดเลือดมีปัญหาก็ต้องอยู่รักษาตัวต่อ ผมได้รับการตรวจเอ็คโค่ เห็นหมอบอกเพียง EF 50% แต่ก็ไม่ได้พูดเรื่องอื่น และให้รับตัวกลับหอผู้ป่วย
 
มาตอนบ่ายพยาบาลบอกหมอให้กลับบ้านได้ แล้วนัดมาตรวจเครื่องกระตุ้นอีก1อาทิตย์ถัดมาเพราะวันที่ทำเอ็คโค่หมอจะให้ตรวจเครื่อง แต่คนเช็คเครื่องกลับไปแล้ว พอวันที่ 19มีค2555 ผมไปตามนัดต้องมาการเจาะเลือด และตรวจเครื่องกระตุ้นหัวใจ แต่ก็ไม่เห็นหมอพูดอะไร ทุกวันนี้ผมยังมีอาการแบบเดิมอยู่เลยครับ และแน่นทั้งวันรวมทั้งแขนซ้ายด้วย เหนื่อยง่ายและตอนนี้เพิ่งเป็นวันนี้คือ เจ็บที่เหนือราวนมขวา พยายามหายใจเข้าลึกๆก็ยังเจ็บเป็นทั้งวัน จะหายเป็นพักๆ โดยเฉพาะมาทำงานและเจอเจ้านายซึ่งผมไม่ค่อยอย่างเจอเขาเท่าไหร่ อาการก็เป็นทันที่
 
ตอนเช้านั่งบนรถคนพอขึ้นรถเยอะและรถวิ่งกระแทกก็มีอาการแน่นหน้าอก แต่ยังไม่เหมือนตอนที่หลอดเลือดตีบซ้ำครั้งก่อนมีอาการเจ็บที่กลางหน้าอกและปวดล้าตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอก ไม่ทราบว่าอาการผมมาจากอะไรครับ ทำไม่หมอไม่ให้สวนหัวใจหลังทำเอ็คโค่ และอาการก็ไม่เปลี่ยนแปลงแน่นตื้อตลอด ผมรู้สึกไม่สบายเลยครับ แน่นมากไม่รู้จะทำอย่างไรก็กินแอสไพริน หรือยามอมใต้ลิ้นแต่ก็ไม่เห็นอาการดีขึ้น คุณภาพชีวิตผมตอนนี้แย่มากเลยครับ



__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 27 มีนาคม 2555 เวลา 08:53 | IP Logged Quote Doctor Heart

ผมอยากให้ถามคำถามเป็นข้อๆจะดีกว่าครับ ขอเป็นในแง่วิชาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการวิจารณ์การรักษาของแพทย์ท่านอื่นนะครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
aa0786
Voice Option
Voice Option
Avatar

Joined: 08 ธันวาคม 2548
Location: Thailand
Posts: 77
Posted: 27 มีนาคม 2555 เวลา 23:25 | IP Logged Quote aa0786

เรียนคุณ kait 571 และคุณหมอ ที่เคารพ ครับ
ผมขอเป็นกำลังใจให้อีกคนน่ะครับ เข้าใจถึงความรู้สึกครับ ก็เคยผ่านช่วงเวลาครายๆกันมาบ้างแล้วนะครับ อย่างพึงหมดหวัง หมดกำลังใจ อย่างที่คุณหมอบอกนะครับ เพราะถ้าใจเราท้อแล้ว ร่างการก็ไม่มีแรงที่จะสู้แล้วครับ ยังไงก็เต็มที่น่ะครับ เรายังมีคนที่รักเรา และเรารักอยู่ข้างกายครับ
อดุลย์ (แฟนแท้เว็บบอร์ด)
Back to Top View aa0786's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by aa0786
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 28 มีนาคม 2555 เวลา 22:35 | IP Logged Quote kait571

เรียนคุณ อดุลย์ ที่นับถือ
ขอขอบคุณครับที่ให้กำลังใจ


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 28 มีนาคม 2555 เวลา 22:43 | IP Logged Quote kait571

ขอโทษครับหากการให้รายละเอียด ไปกระทบหรือเป็นการวิจารณ์ครับ ผมเคารพคุณหมอที่รักษาผมทุกคนครับ เพราะทราบดีครับว่าคุณหมอทุกท่านตรากตรำ ทำงานหนักและต้องใช้ความอดทนมากในการรักษาคนไข้ รวมทั้งญาติของคนไข้

__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 29 มีนาคม 2555 เวลา 20:20 | IP Logged Quote kait571

วันที่ 8 มีค 2555 มีอาการแน่นหน้าอก ตอนเช้าขณะไปทำงาน จึงไป รพ. มีอาการขาบวมมาก กดบุ๋ม เหนื่อย
1.ได้รับการตรวจคลื่นหัวใจ EKG มีการเต้นผิดจังหวะแบบ AF ซึ่งเพิ่งเกิดตั้งแต่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบ CRT-D การปรับยาเพิ่ม ชื่อ CORRADONE 20 mg ให้กินเช้า-เย็น อยากทราบว่าการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะนี้ อันตรายมากไหมครับ และการกินยาCORRADONE นี้นานๆมีผลแทรกซ้อมอย่างไร หรือไม่ครับ
2. เดิมก่อนหน้านี้ได้รับการตรวจเอ็คโค่หัวใจ ได้ค่า EF 56% วันที่ 8 มีค 2555 ได้รับการตรวจเอ็คโค่ ได้EF 40% , No clot seen ต่อมาวันที่ 12 มีค 2555 ได้รับการตรวจเอ็คโค่อีกครั้ง ได้ค่าEF50% ค่าเหล่านี้สัมพันธ์กันอย่างไรครับ อันตรายมากไหมครับ
ขอบคุณครับ


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 02 เมษายน 2555 เวลา 20:29 | IP Logged Quote Doctor Heart

1.คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติชนิด AF อาจทำให้หัวใจล้มเหลวกำเริบขึ้นได้ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอัมพฤกษ์ จำเป็นต้องทานยา warfarin ป้องกันไว้ครับ  ส่วนยาcordarone ไม่สามารถทานระยะยาวได้เพราะจะทำให้เป็นพังผืดที่ปอดแบบถาวรทำให้เหนื่อยง่าย
2.EF ย่อมาจาก ejection fraction คือการบีบตัวของหัวใจ ปกติอยู่ระหว่าง 60-80% ถ้าค่ายิ่งต่ำก็แสดงว่าหัวใจบีบตัวยิ่งน้อยครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 05 เมษายน 2555 เวลา 02:43 | IP Logged Quote kait571

เพิ่งไปพบคุณหมอหัวใจและหลอดเลือดวันที่ 4 เมษายน 2555 คุณหมอให้งดยาcordorone คือตอนนี้ผมทุกเช้าจะทาน Pravix 75 mg 1 เม็ด และ แอสไพริน 81 มก. 1 เม็ด ซึ่งทานมาเกือบ 3 ปีแล้วครับ ต้องทาน warfarin หรือไม่ครับ เพราะใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบ CRT-D อยู่ แต่แบตเตอร์รี่ก็คงใกล้หมดแล้วครับ แต่เครื่องยังไม่เตีอน
กรณีที่ผมไม่มีเงินเปลี่ยนเครื่องผมจะแจ้งกับทางโรงพยาบาลอย่างไรครับ เพราะทุกครั้งก่อนการรักษาทางพนักงานของโรงพยายฃบาลจะเอาเอสการมาให้เซ็นต์ก่อนว่า หากมีค่ารักษาส่วนเกินสิทธิ์ผู้ป่วยต้องจ่ายเพิ่มเองครับ
ขอบคุณครับ 


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 11 เมษายน 2555 เวลา 01:30 | IP Logged Quote Doctor Heart

เรื่องค่าใช้จ่ายคงต้องคุยกับร.พ.เองครับ ....  ส่วนเรื่องยาwarfarin ถ้าทานยาaspirin, plavix อยู่แล้วก็ยังไม่ต้องทาน warfarin ครับ เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เลือดออกง่ายมากขึ้น....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 21 พฤษภาคม 2555 เวลา 22:53 | IP Logged Quote kait571

อาการตอนนี้ไม่ดีเลยครับ
1.บางครัังตอนเช้าตืนมาใจสั่น มือสั่น จนไปทำงานไม่ไหว
 2.ตอนเดินทางไปทำงานหรือกลับบ้าน จะมีอาการเวียนหัวตลอด และรู้สึกเหนื่อยมาก
3.อาการแน่นหน้าอกเป็นๆหายๆ และเวลาเป็นครั้งละนานมากเป็นชั่วโมง บางทีเป็นวัน นั่งๆแล้วพอลุกขึ้นก็เวียนหัว เปลี่ยนอิริยาบทเร็วไม่ได้ เวียนหัวทันที บางทีนั่งเฉยๆก็เวียนหัว และเป็นครั้งละนานมาก เป็นชั่วโมง
 file://localhost/C:/Users/acer/Desktop/รูป%E2%80%8Bถ่0016.jpg
 file://localhost/C:/Users/acer/Desktop/รูป%E2%80%8Bถ่0018.jpg
 file://localhost/C:/Users/acer/Desktop/รูป%E2%80%8Bถ่0020.jpg
รบกวนคุณหมอช่วยดูผลเอ็คโค่ให้ด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ
เกียรติพันธ์


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา 02:42 | IP Logged Quote Doctor Heart

รบกวนuploadผลechoมาด้วยครับ...ที่โพสต์ไว้ไม่มีรูปครับ...


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 21 ตุลาคม 2555 เวลา 21:32 | IP Logged Quote kait571

ขอรบกวนคุณหมอครับ
เนื่องจาก ตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว 20-10-2555 มีอาการเก๊าท์กำเริบมาก ปวดจนเดินไม่ได้ จากที่หมอสั่งห้ามใช้ยาประเพศแก้ปวด เช่นพารา หรือแก้อักเสบเส้นเช่นไดโครพีแนค เพราะผมเพิ่งเจาเลือด ตรวจปัสาวะได้ค่า 11 หมอบอกมากกว่ากำหนดมากซึ่งต้องไม่เกิน 8.5 แต่ผมปวดจนทนไม่ไหว กินไดโคฟีแนค 25mg เช้า 1 เม็ด เย็น 1 เม็ด แต่ตอนนี้มีอาการฉี่ไม่ค่อยออก ปกติกิน ฟูโรซิไมนด์ เช้า-เที่ยง ช่วงละ 1 เม็ด หากสามารถปัสสาวะปกติ แต่หากปัสสาวะยากก็เพิ่ม เป็น 2 เม็ด เช้า-เที่ยง แต่สองวันมานี้กิน 3 เม็ด เช้า-เที่ยง แต่ช่วงเช้ากิน 3 เม็ดยังฉี่ไม่ค่อยออก พอกินตอนเที่ยง 3 เม็ด เก็บปัสสาวะไม่ประมาณ เกือน 2ลิตรเท่านั้น ทั้งที่วันศุกร์ชั่งน้ำหนักได้ 97.8 กก พอวันอาทิตย์ชั่งน้ำหนักเป็น 92.8 กก เช้านี้ ชั่งได้ 92.8 กก กินยาขับปัสาวะเช้านี้ไป 3 เม็ดยังปัสสาวะไม่ออกครับ มีปัญหาจากอะไรครับ และผมจะทำอย่างไรดีครับ ช่วยผมด้วยครับ
เกียรติพันธ์


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 21 ตุลาคม 2555 เวลา 21:35 | IP Logged Quote kait571

แก้ไขเรื่องน้ำหนักครับ
ไม่ใช้ 92.8 ครับแต่เป็น 102.8 กก ครับ


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 04 พฤศจิกายน 2555 เวลา 08:50 | IP Logged Quote Doctor Heart

เริ่มมีปัญหาไตวายแล้วครับ ต้องรีบไปตรวจที่ร.พ.ด่วนเลยครับ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมักจะเกิดจากการบวมครับ....

__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 04 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 01:22 | IP Logged Quote kait571

เรียนคุณหมอ
ผมเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยที่ตอนนั้นไม่ทราบครับว่าหลอดเลือดตีบเมื่อปี2552 ไปโรงพยาบาลแรกหมอไม่ทราบทำให้เกิดแอาการโคม่า ต้องรีบเข้าโรงพยาบาลที่มีศูนย์หัวใจ ปรากฏว่าหลอดเลือดตีบ 100% 1เส้น ตีบ 70% อีก 1เส้น ได้รับการสวนหัวใจใส่ขดลวด เส้นที่ตีบ100% อีกเส้นไม่ได้ทำอะไร หลังจากนั้นมีอาการหัวใจหยุดเต้นหลายครั้งต้องใช้เครื่องป้๊มหัวใจ ต่อมาหมอจึงตัดสินใจให้ใส่เครื่อง CRT-D พอออกจากโรงพยาบาลก็มาใช้ชีวิตตามปกติ แต่เนื่องจากสายเส้นหนึ่งวางเข้าไปที่หัวใจห้องล่างได้นิดเดียว ต้องเร่งกระแสไฟฟ้าสูงเครื่องใส่มาตั้งแต่ปี 52 พอมาปีนี้แบตหมดต้องเปลี่ยนเครื่อง แต่เนื่องจากไม่มีเงินใส่CRT-D และไม่มีเงินจ่ายส่วนต่าง คุณหมอจึงได้เอาไปทำเอ็คโค่หัวใจ และตรวจ EKG คุณหมอบอกว่าดูแล้วหัวใจสามารถบีบตัวเองได้ เพราะได้ทำเอ็คโค่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 แรงบีบตัวหัวใจได้ 40% พอมาทำเอ็คโค่หัวใจหลังสุด 9 มค 56 คุณหมอบอกว่าหัวใจบีบตัวได้ 56% ซึ่งตอนนั้นผมไม่แน่ใจว่าหมอให้บริษัทเครื่องปิดเครื่องหรือเปล่าเพราะคุณหมอไม่บอกอะไรเลยบริษัทเครื่องเอาเครื่องมาทาบหน้าอกผมเมื่อวันที่ 8 มค 56 คุณหมอบอกว่าใส่แค่เครื่อง AICD ก็พอ CRT-D เกินความจำเป็นและราคาแพงมากเบิกไม่ได้ ผมจึงบอกคุณหมอว่าแล้วแต่คุณหมอ ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ พอวันที่ 10 มค 56 ก็ได้รับการเปลี่ยน เป็น AICD ซึ่งตอนแรกรู้สึกหัวใจเต้นโล่งไม่อึดอัด พอมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่ามา ( 2 กพ 56 ) เริ่มมีอาการแน่นที่หัวใจบ่อยๆออกแรงเดินหน่อยก็จะแน่น อึดอัด ผมไม่ทราบครับว่าเป็นอะไร หมอกว่าจะนัดก็เดือนเมษายน 56 จะไปโรงพยาบาลบ่อยก็กล้วคุณหมอว่าเราเรื่องมาก จึงอยากขอคำแนะนำก่อนครับ

ขอบคุณครับ



__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 04 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 05:17 | IP Logged Quote Doctor Heart

      เครื่องAICD ย่อมาจาก Automatic implantable cardioverter defibrillator เป็นเครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยการช็อคไฟฟ้า ใช้ในกรณีที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด VT/VF ซึ่งจะสามารถป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ถ้าเครื่องทำงานผู้ป่วยจะรู้สึกได้ทันทีเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตจากด้านในซึ่งผมเคยถามผู้ป่วยที่ใส่เครื่องนี้บอกว่าเจ็บมากพอสมควรแต่ก็ยังดีกว่าหัวใจหยุดเต้น
....ส่วนอาการแน่นหน้าอกถ้าเป็นบ่อยก็เป็นไปได้2อย่างคือ มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรืออาจเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวมีน้ำท่วมปอด ดังนั้น ถ้าอาการเป็นมากขึ้นเรื่อยๆก็ควรรีบไปหาหมอก่อนกำหนดนัดครับ ...โดยปกติแล้วหมอจะยินดีที่จะรักษาผู้ป่วยที่มาก่อนนัดแต่เป็นไม่มาก ดีกว่ารักษาผู้ป่วยที่มาตรงนัดแต่โรคเป็นมากแล้วซึ่งอาจแก้ไขได้ยากหรือแก้ไขไม่ได้แล้วนะครับ.....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 00:40 | IP Logged Quote kait571

เรียนคุณหมอที่เคารพ
ผมได้ไปพบคุณหมอหัวใจที่โรงพยาบาลมาแล้วครับ คุณหมอให้ตรวจEKG ครับ หลังตรวจคุณหมอดูแล้วก็บอกว่ากร๊าฟก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วนัดผมไปใหม่เดือน พฤษภาคม 2556 เลยครับ คุณหมอถามว่าเจ็บหน้าอกแบบไหนเหมือนตอนก่อนสวนหัวใจไหม ผมก็บอกไม่เหมือนครั้งก่อนเจ็บหน้าอกมาก แต่ทุกวันนี้อาการเจ็บหน้าอกก็ยังมีเป็นๆหายๆ บางวันก็ไม่เป็น อาการเจ็บมันเจ็บที่ตรงหัวใจพอดี คือใต้ราวนมข้างใน เมื่อก่อนใส่เครื่อง CRT-D ไม่มีอาการครับ ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ AICD แต่ก่อนเปลี่ยนคุณหมอได้ทำเอ็คโค่หัวใจให้ บอกหัวใจบีบตัวเองได้ CRT-D มันเกินความจำเป็นแลัวต้องออกส่วนต่างอีกหลายแสนบาท อาการที่เป็นอยู่เป็นอย่างไรครับ คือผมไม่เข้าใจทุกวันนี้ผมก็ได้แต่ทำใจ เพราะรู้ว่าคงอยูไม่ได้นาน เวลาทำบุญก็อธิษฐานว่าหากต้องตายเมื่อใดแล้ว ขออย่าได้ตายอย่างทรมานเลย เวลาที่ผมเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเห็นคนป่วยอื่นแล้วหดหู่มาก เพราะนอนห้องรวม มีแต่คนป่วยร้องเรียกหมอกันทั้งคืน เดี๋ยวเตียงนั้นร้อง เดี๋ยวเตียงนี้ร้อง บางคนร้องด้วยความทรมานเป็นเสียงวัวก็มี หมอมาดูก็ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยให้ร้องไปอย่างนั้น เห็นแล้วรู้สึกว่าหากต้องตายแล้ว ขอนอนหลับแล้วตายไปเลยจะมีบุญกว่า ขอโทษครับนอกเรื่องไปไกลเลย


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 21 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 08:39 | IP Logged Quote Doctor Heart

ถ้าผลECG ไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่น่ามีปัญหานะครับ ...เป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่ต้องมีเกิดแก่เจ็บตาย อย่าไปยึดมั่นถือมั่นในตัวตนเลยครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
kait571
User Option
User Option


Joined: 13 เมษายน 2552
Location: Thailand
Posts: 29
Posted: 09 เมษายน 2556 เวลา 21:31 | IP Logged Quote kait571

เรียนคุณหมอที่เคารพ
เมื่อก่อนช่วงแบเตอร์รี่ CRT-D ใกล้หมอรู้สึกไม่สบาย เหนื่อยเมื่อออกแรงเล็กน้อย น้ำหนักตอนนั้นชั่งได้ปรมาณ 94 กก. พอคุณหมอให้เปลี่ยนใส่เครื่อง AICD แรกๆก็รู้การทำงานของหัวใจเบาลงไม่ค่อยเหนื่อย แต่น้ำหรักขึ้นเร็วมมาก และไม่ยอมลงด้วยกินยาขับปัสาสวะ คุณหมอจัดให้กินเช้า 2 เม็ด บ่าย 1 เม็ด ปัสสาวะบางวันมากบางวันทานยาแล้วก็ไม่ค่อยยอมปัสสาวะ น้ำหนักขึ้นบางวัน 1-2 กิโลกรัม ตอนนี้น้ำหนัก107กิโลกรัมแล้ว ทั้งที่ก็ว่ากินอาหารปกติ ต้องปรับยาขับปัสาวะ โดยเริ่มตอนเช้า 1เม็ดครึ่ง หากยังไม่ยอมปัสสาวะก็กินเพิ่ม ครึ่งเม็ดดูอาการ หากปัสสาวะดี ก็รอกินบ่าย หายังไม่ค่อยปัสสาวะ ห_งมาอีก 2 ชั่วโมงกินเพิ่ม ครึ่งเม็ด สุรุปบางวันกินถึงประมาณ 5-6 เม็ด แต่น้ำหนักก็ยังคงขึ้นทั้งที่ปัสสาวะก็ออกมาดี ขอคำแนะนำด้วยครับว่าผมควรทำอย่างไร และเหนื่อยง่ายเมื่อออกแรง แน่นหน้าอกบริเวณหัวใจบ่อยมากๆ ซื้อเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดก็วัดได้ 97-99 % ควาดันก็วัดได้อยู่ประมาร 100/65-80 การเต้นหัวใจได้ประมาณ 56-98 ขึนๆลงๆ  แต่บ่อยครั้งวัดได้ราวๆ 70-80ครั้งต่อนาทีครับ ผมควรปฏิบัติตัวอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ


__________________

Back to Top View kait571's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by kait571
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1328
Posted: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา 07:56 | IP Logged Quote Doctor Heart

น้ำหนักที่ขึ้นมีอยู่ 2สาเหตุครับคือ
1.กินมากหรืออ้วนขี้น บางคนบอกไม่ได้กินมากแต่กินบ่อยและชอบกินของหวานหรือน้ำอัดลม
2.ภาวะน้ำในร่างกายเกิน สังเกตว่าที่บริเวณขาทั้งสองข้างจะบวมขึ้น กรณีนี้ต้องจำกัดน้ำอย่ากินน้ำมากวันละไม่เกิน 800-1000ซีซี และทานยาชับปัสสาวะช่วยครับ...


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 

If you wish to post a reply to this topic you must first login
If you are not already registered you must first register

  Post ReplyPost New Topic
Printable version Printable version

กระโดดไป
คุณ ไม่สามารถ ตั้งหัวข้อใหม่ใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกลับหัวข้อใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ ลบข้อความของคุณใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความของคุณใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ สร้าง Polls ใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ โหวตใน Polls ใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้

Powered by ASPThai.Net Forums version 8.5
Copyright ©2001-2004 ASPThai.Net

ระยะเวลาในการโหลดของหน้านี้คือ 0.1563 seconds.