Topic ล่าสุดTopic ล่าสุด  Display List of Forum Membersรายชื่อสมาชิก  Search The Forumค้นหาหัวข้อ    RegisterRegister  LoginLogin
Thaiheartclinic webboard
 Thaiheartclinic.com FORUM : Thaiheartclinic webboard
Subject Topic: VSD Post ReplyPost New Topic
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
user1
Auto Option
Auto Option
Avatar

Joined: 25 พฤษภาคม 2554
Location: Thailand
Posts: 167
Posted: 10 สิงหาคม 2554 เวลา 05:18 | IP Logged Quote user1

สวัสดีค่ะ

ขอความอนุเคราะห์สอบถามคุณหมอดังนี้ค่ะ

1. ถ้าเป็นโรคหัวใจแบบ VSD ขนาด 1.1 cm และมีภาวะหัวใจโตค่ะ ทำ Echo คุณหมอประเมินว่าโตขนาด 76 (จำหน่วยวัดไม่ได้ค่ะ) ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอาการใด ๆ เลย ใช้ชีวิตปกติ แต่ตอนนี้มีอาการเจ็บหน้าอกด้านขวา บางครั้งร้าวไปถึงใต้รักแร้ เป็นพัก ๆ และมักเป็นช่วงเย็น เป็นมาประมาณ 1 อาทิตย์แล้วค่ะ ยังไม่หายค่ะ ก่อนหน้ามีอาการเช่นนี้ เป็นไข้หวัดพอใกล้หายก็ไปฉีดวีคซีนไข้หวัดใหญ่มาค่ะ และต่อด้วยไปขูดหินปูนมา จึงไม่ทราบว่าอาการเจ็บหน้าอกดังกล่าว สืบเนืองมาจากโรคหัวใจ หรือการขูดหินปูนหรือไม่คะ (และการขูดหินปูนมีผลกระทบต่อโรคหัวใจไม๊คะ)

2. คุณหมอฟันแนะนำให้อุดฟัน และถอดฟันด้วยค่ะ แต่ลืมบอกคุณหมอว่าเป็นโรคหัวใจ ไม่ทราบว่า สามารถทำได้หรือไม่คะ

3. ไม่ทราบว่าค่าความดันปอดที่ปกติควรอยู่ที่เท่าไรคะ เพราะเพิ่งไปตรวจมาก่อนหน้านี้คุณหมอบอกว่าอยู่ที่ประมาณ 60 ค่ะ และค่าความดันปอดขนาดนี้ อันตรายหรือไม่คะ

4. หากจะทำการรักษาโดยวิธีสายสวน หรือผ่าตัดค่าความดันปอดไม่ควรเกินเท่าไรคะ

5. หากต้องรักษาอยากใช้วิธีสายสวนเพื่อใส่อุปกรณ์ ไม่ทราบว่าสามารถทำได้ไม๊คะ และเมื่อรักษาแล้ว อาการเจ็บแน่นหน้าอก จะหายไปหรือไม่คะไม่ทราบว่าด้วยอาการของดิฉันลักษณะนี้จะยังสามารถรอการรักษาได้ไม๊คะ และอย่างช้าสุดได้ถึงเมื่อไรคะ (เนื่องจากตอนนี้ดิฉันตรวจอาการเบื้องต้นอยู่ที่ รพ เอกชน แห่งหนึ่ง และกำลังพยายามรวบรวมเงินค่ารักษาพยาบาลอยู่ค่ะ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ครบค่ะ)

6. ไม่ีทราบว่าจะมีอาการแทรกซ้อนหลังการรักษาหรือไม่คะ และถ้ามีจะเป็นอย่างไรคะ ยอมรับว่ากลัวมากค่ะ กลัวทำงานไม่ได้ เพราะต้องเป็นเสาหลักครอบครัว

7. ดิฉันลองพยายามศึกษาบทความทางอินเตอร์เนตพบว่ามีโอกาสเกิด complete heart block แต่ไม่ทราบว่าคืออะไร และเป็นอันตรายหรือไม่คะ หากเทียบกันแล้ว ควรทำการรักษาหรือไม่คะ

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณ คุณหมอมากนะคะ ที่ช่วยให้ความกระจ่างชัดเพื่อพิจารณาตัดสินใจค่ะ


Back to Top View user1's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by user1
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1363
Posted: 14 สิงหาคม 2554 เวลา 23:24 | IP Logged Quote Doctor Heart

1.อาการเจ็บหน้าอกไม่เกี่ยวกับหัวใจครับ อาจเป็นภาวะกรดไหลย้อน หรือกล้ามเนื้ออักเสบ
2.สามารถทำได้เลยครับ
3.ความดันปอดปกติ 15-30mmHg ครับ ถ้า 60แสดงว่าสูงมากครับ
4.ไม่มีข้อกำหนดเรื่องความดันปอดครับ แต่ต้องดูค่า Qp/Qs ratio และดูว่ามีreverse shunt หรือไม่ เป็นศัพท์ทางการแพทย์ อธิบายยากครับ
5.ต้องตรวจหัวใจด้วยเครื่อง echo เพื่อดูรายละเอียดก่อนครับ ช่วยโพสต์ผลอย่างละเอียดมาให้ด้วยครับ
6.เป็นการผ่าตัดง่ายๆครับ มักไม่ค่อยมีปัญหา
7.complete heart blockคือการที่ไฟฟ้าในหัวใจไม่สามารถเดินทางจากหัองบนลงสู่ห้องล่างได้ เป็นผลจากการผ่าตัดทำให้ทางนำไฟฟ้าปกติขาดครับ ต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจไปตลอดชีวิตครับ...แต่พบน้อยครับ
...

__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
user1
Auto Option
Auto Option
Avatar

Joined: 25 พฤษภาคม 2554
Location: Thailand
Posts: 167
Posted: 16 สิงหาคม 2554 เวลา 23:30 | IP Logged Quote user1

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำตอบ ขออนุญาตให้ข้อมูลคุณหมอเพิ่มเติมดังที่คุณหมอถามไว้ค่ะ ผล Echo เป็นดังนี้ค่ะ เพิ่งทำมาประมาณวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมานี้

Dimension
M-mode : LVDd: 75 mm
LVDs : 48 mm
EF (Teich) 64%
FS(%) : 36
Note : RVED =29 mm

Valve
- AoV excursion :
- AoV Peak grad (mmHg) : LVOT(cm) : 2.50
- ARSeverity : Trivial
-TV excursion :
-TRSeverity : Mild RAP(mmHg) : 10.00 RVSP (mmHg) : 60.00

Diastolic:
E(cm/s) : 113.00 A(cm/s): 56.00 DT(ms) : 173.00
- Type of diastolic function : Abnormal relaxation
Note : LV IMP= 0.45, RV IMP = 0.35, E:e'= 12.3 : 1, IVC = 17 mm.

Congenital :
- VSD: Membranous   Flow: Lt.to Rt. shunt VSD size (cm) : 1.20

Summary:
-ICD10 Q21.0-Ventricular septal defect (VSD)

Note : 1.Moderate to large perimembranous VSD with diameter of 12mm and LVOT=24 mm, Prolapsed of aortic valve notedwith tirivial AR. 2.Modeate LV enlargement. 3. MildPAH,RVSP = 60mmHG.

เรียนปรึกษาคุณหมอค่ะว่า จากข้อมูลข้างต้น

1. ดิฉันสามารถรอเวลาทำรักษา ได้ถึงเมื่อไรคะ เพื่อที่จะได้ประมาณเวลาในการรวบรวมค่าใช้จ่ายได้ถูกต้องค่ะ

2. ดิฉันสามารถรักษาโดยใช้วิธีสายสวนเพื่อใส่อุปกรณ์ได้หรือไม่คะ ประมาณกี่% คะ และหากไม่ได้ ควรทำการผ่าตัดเลยหรือไม่คะ (รู้สึกกังวลและกลัวมากค่ะ)

3. ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองปกติดี ไม่ได้เหนื่อยอะไร หากไม่เข้ารับการรักษาจะส่งผลอย่างไรบ้างคะ

ขอบพระคุณคุณหมอมากนะคะ สำหรับความกรุณา
Back to Top View user1's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by user1
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1363
Posted: 21 สิงหาคม 2554 เวลา 00:22 | IP Logged Quote Doctor Heart

1.จากข้อมูลECHO ถ้าได้ค่า LVDd 75mmก็ควรทำผ่าตัดทันทีครับ ไม่ควรรอ เพราะหัวใจห้องล่างซ้ายโตมาก (ค่าปกติไม่เกิน 52mm)
2.การใส่สายนิยมทำเฉพาะในผนังหัวใจห้องบนรั่วครับ เพราะผนังไม่หนามาก
3.อาการมักจะมาเมื่ออาการเป็นมากแล้ว ถ้ารอให้มีอาการอาจจะผ่าตัดไม่ได้แล้วเพราะเป็นมากเกินไปครับ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
user1
Auto Option
Auto Option
Avatar

Joined: 25 พฤษภาคม 2554
Location: Thailand
Posts: 167
Posted: 21 สิงหาคม 2554 เวลา 22:05 | IP Logged Quote user1

ขอบพระคุณมากค่ะ คุณหมอ
Back to Top View user1's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by user1
 
user1
Auto Option
Auto Option
Avatar

Joined: 25 พฤษภาคม 2554
Location: Thailand
Posts: 167
Posted: 01 กันยายน 2554 เวลา 01:42 | IP Logged Quote user1

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

ต่อเนื่องจากกรณีให้คำปรึกษาด้านบน ดิฉันได้ทำการรักษาโดยวิธีใส่สายสวนเพื่อติดอุปกรณ์แล้วค่ะ โดยใส่เพื่ออุดรูรั่วขนาด 14 mm. และทานยาแอสไพรินวันละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้าค่ะ คุณหมอผู้ทำการรักษาสรุปว่าภาพรวมดี แต่ภายหลังรักษาพบว่าดิฉันมีปัสสาวะสีแดง และมีอาการตัวเหลืองเล็กน้อยค่ะ จึงมีข้อสงสัยอยากขอความกรุณาคุณหมอช่วยตอบเพื่อความกระจ่างชัดด้วยได้หรือไม่คะ

1. เหตุใดผล Ehco หลังทำออกมาวันแรกได้ค่า EF (Teich) 65% หลังจากนั้นอีก 5 วัน กลับไปทำการ Ehco ใหม่ ได้ค่า EF (Teich) 55% ไม่ทราบว่าค่านี้บ่งบอกอะไรค่ะ และเป็นผลดีหรือไม่ดีค่ะ หากไม่ควรปฏิบัติตัวอย่างไรคะ การทำงานของหัวใจดิฉันเป็นอย่างไรคะ

2. หลังติดอุปกรณ์ 2 วันแรกปัสสาวะมีสีเหลืองปกติ แต่พอกลับมาบ้าน กลับมีปัสสาวะสีออกแดง เข้มคล้ายสีน้ำกระเจี๊ยบค่ะ ตกใจมาก จึงไปพบคุณหมอ คุณหมอให้หยุดยาแอสไพรินไว้ก่อนค่ะ และให้ยา FBC TAB, Folic, Lansoprazole และ ยาลดกรด แต่ปัสสาวะก็ยังคงมีสีแดงอยู่เพียงแต่จางลงค่ะ ไม่ทราบว่าอาการอย่างนี้คืออะไรคะ

3. สังเกตพบว่าตนเองมีลักษณะเหลืองขึ้น คุณหมอจึงเจาะเลือดพบว่ามีอาการตัวเหลืองปนเล็กน้อย จึงให้กลับไปทานยาและรอดูอาการและนัดกลับไปตรวจเช็คอีกครั้ง ไม่ทราบว่าอาการอย่างนี้หมายถึงอะไรคะ แล้วดิฉันจะต้องนำอุปกรณ์ออกหรือไม่คะ แล้วถ้าเอาออกจะมีผลคกระทบอย่างไรคะ ตอนนี้กังวลใจ กลัวมากค่ะ ว่าจะต้องกลับไปผ่าตัดใหม่ค่ะ

4. โดยสรุปการรักษาครั้งนี้ถือว่าสำเร็จหรือไม่คะ และรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำแนวทางรักษาต่อไป และวิธีปฏิบัติตัวค่ะ (หากคุณหมอต้องการผล Ehco ประกอบการพิจารณารบกวนบอกด้วยนะคะ ดิฉันจะนำมาโพสให้ค่ะ)

ขอบคุณมากค่ะ
Back to Top View user1's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by user1
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1363
Posted: 01 กันยายน 2554 เวลา 03:09 | IP Logged Quote Doctor Heart

1.EF คือค่าการบีบตัวของหัวใจ ย่อมาจาก ejection fraction ครับ ถ้าได้น้อยลงก็แสดงว่าหัวใจบีบตัวได้น้อยลงซึ่งไม่ดีครับ
2.น่าเป็นจากมีเลือดออกมาปนในปัสสาวะ ซึ่งอาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับ aspirinก็ได้ครับ
3.อาการเหลืองต้องตรวจเลือดดูการทำงานของตับครับว่าเป็นดีซ่านหรือไม่ ถ้าเป็นก็แสดงว่าตับมีปัญหาต้องหาสาเหตุครับ
4.ถ้าปิดรูรั่วได้ ก็ถือว่าการรักษาสำเร็จครับ...


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
user1
Auto Option
Auto Option
Avatar

Joined: 25 พฤษภาคม 2554
Location: Thailand
Posts: 167
Posted: 05 กันยายน 2554 เวลา 03:12 | IP Logged Quote user1

ขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับคำตอบด้านบน เรียนสอบถามคุณหมอโดยมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า

นับจากวันที่ทำหัตถการมาตอนนี้ก็ประมาณอาทิตย์กว่าแล้วค่ะ หลังจากปัสสาวะสีแดง คุณหมอสั่งให้หยุดยา aspirin อาการปัสสาวะเริ่มดีขึ้น เป็นสีแดงอ่อน สีน้ำตาล น้ำตาลอ่อน และ เริ่มเป็นสีเหลืองแล้วคะ ค่า EF ล่าสุด ได้ 64% ค่าความดันปอดลดลงเหลือ 40 (ก่อนทำหัตถการอยู่ที่ 60) แต่อาการตัวเหลืองไม่แน่ใจว่ายังเป็นอยู่หรือไม่ค่ะ เพราะไม่ได้ตรวจเลือดเพิ่มเติม

1. จากข้อมูลข้างต้น แนวการรักษาต่อไปควรเป็นเช่นไรคะ

2. ควรหยุดยา aspirin ไปเลยหรือไม่คะ ซึ่งตอนแรกคุณหมอที่ทำการรักษาบอกว่าควรทานติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน เมื่อเกิดอาการปัสสาวะเป็นสีแดงจึงให้หยุดทานไปก่อนค่ะ

3. การหยุดยา aspirin มีผลกระทบต่อหัวใจที่ทำการปิดด้วยอุปกรณ์หรือไม่คะ และกระทบเช่นไรคะ หากไม่ได้ทานเลย และมียาอะไรมาชดเชยหรือไม่คะ

4. ค่าความดันปอดหลังทำหัตถการอยู่ที่ 40 ถือว่าผลเป็นอย่างไรคะ และค่าความดันปอดมีโอกาสลดลงเหมือนคนปกติดหรือไม่คะ หากไม่ลดลงจะยังส่งผลเสียในอนาคตหรือไม่คะ

5. ค่า EF โดยปกติควรอยู่ที่เท่าไรค่ะ (สำหรับอายุ34 ปี)

6. และค่า EF ของดิฉัน อยู่ที่ 64% ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นสาระสำคัญ ไม่ทราบว่าในอนาคตค่านี้จะสามารถเพิ่มขึ้นได้หรือไม่คะ และหากไม่เพิ่มจะมีผลเสียหรือไม่คะ (ตอนนี้อายุ 34 ปี ค่ะ)

ึ7. อาการตัวเหลืองเป็นผลข้างเคียงมาจากการรักษาครั้งนี้ และการทานยา aspirin หรือไม่คะ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีอาการเช่นนี้ค่ะ

8. รู้สึกว่าตัวเองยังคงอ่อนเพลียอยู่ค่ะ และยังปวดขาบริเวณที่ใส่สายสวนอยู่ค่ะ บางทีนั่งรถไปข้างนอกใกล้ ๆ ก็รู้สึกเพลียมากค่ะ ยังไม่สามารถทำอะไรได้ทันใจเหมือนเมื่อก่อน จึงไม่ทราบว่าอาการดังกล่าวปกติหรือไม่คะ แล้วอาการจะดีขึ้นหรือไม่คะ

9. สามารถเออกกำลังกายบ้างหรือไม่คะ และควรออกกำลังกายลักษณะใดดีคะ ว่ายน้ำช้า ๆ หรือเดินเร็วบนสายพานได้หรือไม่คะ

ขอบพระคุณมากค่ะ


Back to Top View user1's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by user1
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1363
Posted: 08 กันยายน 2554 เวลา 20:35 | IP Logged Quote Doctor Heart

1.ควรตรวจปัสสาวะซ้ำเป็นระยะ และตรวจเลือดดูการทำงานของตับครับ
2.ตอนนี้หยุดไปก่อนครับ
3.อันนี้ไม่แน่ใจครับ ต้องถามหมอผ่าตัดโดยตรงจะดีกว่าครับ
4.ค่าปกติคือ 15-30 มม.ปรอท แสดงว่าตอนนี้ยังสูงกว่าปกติ และอาจทำให้เหนื่อยง่าย
5.60-80%ครับ
6.ตอนนี้ปกติแล้วครับ
7.ต้องตรวจเลือดหาสาเหตุก่อนจะโทษว่าเป็นจากยาครับ
8.อาการจะดีขึ้นเรื่อยๆครับ แต่อ่อนเพลียไม่เกี่ยวกับการรักษาครับ
9.สามารถออกกำลังได้ครับไม่มีอันตรายทั้งสองแบบ....


__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 
user1
Auto Option
Auto Option
Avatar

Joined: 25 พฤษภาคม 2554
Location: Thailand
Posts: 167
Posted: 09 กันยายน 2554 เวลา 05:12 | IP Logged Quote user1

ขอบพระคุณมากค่ะ คุณหมอ
Back to Top View user1's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by user1
 
Doctor Heart
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Thailand
Posts: 1363
Posted: 10 กันยายน 2554 เวลา 23:19 | IP Logged Quote Doctor Heart



__________________
มีปัญหาโรคหัวใจ ที่นี่มีคำตอบ...http://www.thaiheartclinic.com
Back to Top View Doctor Heart's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by Doctor Heart Visit Doctor Heart's Homepage
 

If you wish to post a reply to this topic you must first login
If you are not already registered you must first register

  Post ReplyPost New Topic
Printable version Printable version

กระโดดไป
คุณ ไม่สามารถ ตั้งหัวข้อใหม่ใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกลับหัวข้อใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ ลบข้อความของคุณใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความของคุณใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ สร้าง Polls ใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้
คุณ ไม่สามารถ โหวตใน Polls ใน Thaiheartclinic.com FORUM ได้

Powered by ASPThai.Net Forums version 8.5
Copyright ©2001-2004 ASPThai.Net

ระยะเวลาในการโหลดของหน้านี้คือ 0.1406 seconds.